หลายคนคงเคยเจอฝันร้ายเมื่อแจ้งเตือน 'พื้นที่เก็บข้อมูล Google เต็ม' เด้งขึ้นมา ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้เราไม่สามารถอัปโหลดไฟล์ใหม่ลง Google Drive ได้เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบไปถึงการรับส่งอีเมลบน Gmail อีกด้วย แน่นอนว่าทางออกที่ง่ายที่สุดคือการจ่ายเงินซื้อบริการ Google One แต่สำหรับใครที่ยังไม่อยากมีภาระค่าใช้จ่ายรายเดือน วันนี้เรามีแนวทางและเทคนิคเด็ดๆ ในการจัดการและเพิ่มพื้นที่ Google ฟรีด้วยการเคลียร์ไฟล์ขยะและจัดระเบียบข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ
Gmail คือหนึ่งในตัวการสำคัญที่กัดกินพื้นที่โดยที่เราไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอีเมลเก่าๆ ที่มีไฟล์แนบขนาดใหญ่ หรืออีเมลโปรโมชันที่สะสมมานานหลายปี
คุณสามารถค้นหาอีเมลที่ใช้พื้นที่มากที่สุดได้อย่างรวดเร็ว โดยการพิมพ์คำสั่งในช่องค้นหาของ Gmail ดังนี้:
has:attachment larger:10M (เพื่อค้นหาอีเมลที่มีไฟล์แนบใหญ่กว่า 10MB)older_than:2y (เพื่อค้นหาอีเมลที่มีอายุมากกว่า 2 ปี)เมื่อผลลัพธ์แสดงขึ้นมา ให้ตรวจสอบและทำการลบอีเมลที่ไม่จำเป็นออก จากนั้นอย่าลืมเข้าไปกด 'ล้างถังขยะ' (Empty Trash) เพราะอีเมลที่อยู่ในถังขยะจะยังคงใช้อยู่จนกว่าจะครบ 30 วัน
รูปภาพและวิดีโอคือไฟล์ที่กินพื้นที่มากที่สุดในบัญชี Google การปรับตั้งค่าเพียงเล็กน้อยสามารถช่วยคืนความจุกลับมาได้มหาศาล
การเปลี่ยนคุณภาพการสำรองข้อมูลใน Google Photos จาก Original Quality เป็น Storage Saver ช่วยประหยัดพื้นที่ได้หลายกิกะไบต์โดยแทบไม่สูญเสียความคมชัด
หากคุณเคยอัปโหลดรูปภาพด้วยความละเอียดสูงสุด (Original Quality) คุณสามารถใช้ฟีเจอร์ 'Storage Saver' ผ่านเว็บไซต์ Google Photos บนคอมพิวเตอร์ เพื่อบีบอัดรูปภาพและวิดีโอที่มีอยู่เดิมให้มีขนาดเล็กลง ซึ่งจะช่วยเพิ่มพื้นที่ Google ฟรีกลับคืนมาได้อย่างคุ้มค่า
Google Drive มักเป็นที่เก็บเอกสาร ไฟล์งาน และวิดีโอต่างๆ การเข้าไปจัดระเบียบ Drive อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณมีพื้นที่ว่างเหลือใช้อยู่เสมอ
นอกจากนี้ เครื่องมืออย่าง Google Storage Manager (one.google.com/storage/management) ยังเป็นตัวช่วยชั้นดีในการวิเคราะห์ภาพรวมทั้งหมดของบัญชี ซึ่งช่วยให้คุณเรียกร้องพื้นที่ว่างกลับคืนมาได้ภายในเวลาไม่กี่นาที
คุณมีวิธีจัดการและเพิ่มพื้นที่ Google ฟรีแบบไหนกันบ้าง? มาร่วมแบ่งปันเทคนิคของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!









